เปิดโปง 5 ตัวการร้าย "ไขมันพอกตับ" กินอาหารไม่มันยังเสี่ยง มังสวิรัติก็ไม่รอด

เปิดโปง 5 ตัวการร้าย "ไขมันพอกตับ" กินอาหารไม่มันยังเสี่ยง มังสวิรัติก็ไม่รอด

เปิดโปง 5 ตัวการร้าย "ไขมันพอกตับ" กินอาหารไม่มันยังเสี่ยง มังสวิรัติก็ไม่รอด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

5 ตัวการร้าย "ไขมันพอกตับ" ต้นเหตุอาจไม่ได้อยู่ที่ปริมาณไขมัน คนกินอาหารไม่มัน-กินมังสวิรัติก็ไม่รอด

หลายคนมักคิดว่าไขมันพอกตับเป็นแค่เรื่องของ "ตับมีไขมันเยอะไปหน่อย" แต่ความจริงแล้ว มันอาจเชื่อมโยงกับโรคสามสูง (ความดันสูง ไขมันสูง น้ำตาลสูง) โรคเบาหวาน และโรคหลอดเลือดหัวใจได้ ทว่าก็ยังมีคนเข้าใจผิดว่า "ฉันก็กินอาหารรสจืด ไม่มันเลยนะ" หรือ "ฉันกินเจ/มังสวิรัติมาตั้งหลายปี ทำไมยังเป็นได้ล่ะ"

เกี่ยวกับเรื่องนี้ แพทย์ชี้ว่า กับดักอาหารที่ทำให้เกิดไขมันพอกตับสามารถสรุปได้เป็น "น้ำตาลสูง, แป้งขัดสีสูง, ไขมันอิ่มตัวสูง, ใยอาหารต่ำ และแอลกอฮอล์" ซึ่งความจริงแล้ว มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับ "ปริมาณไขมันที่กินเข้าไป" เสมอไป

แพทย์หญิง ชิว เซี่ยวเฉิน (邱筱宸) แพทย์โรงพยาบาลซีหยวน (West Garden Hospital) และศูนย์บริหารสุขภาพหย่งเย่ว์ (Eonway Health Management Center) ในกรุงไทเป ได้แชร์ข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊กเกี่ยวกับสาเหตุจากอาหารที่ทำให้เกิดไขมันพอกตับ โดยกล่าวว่า เราสามารถมองว่าไขมันพอกตับคือ "กลุ่มอาการอุดกั้นทางเมตาบอลิซึม" (Metabolic Syndrome) ที่แสดงออกที่ตับ ดังนั้น ต่อให้เป็นคนที่ไม่ได้กินของมัน ๆ มากนัก ก็อาจตรวจพบไขมันพอกตับตอนตรวจร่างกายได้ ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับอาหารในชีวิตประจำวัน

5 กับดักอาหารตัวการ "ไขมันพอกตับ"

1. อาหารที่มีน้ำตาลสูง เครื่องดื่มใส่น้ำตาล, น้ำผลไม้ที่แยกกาก (ไม่มีใยอาหาร) และขนมหวาน คือกับดักที่พบได้บ่อยที่สุด น้ำตาลในอาหารเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจาก "น้ำตาลฟรุกโตส" ซึ่งมีกระบวนการเผาผลาญที่ต่างจากกลูโคส หากได้รับมากเกินไป มันจะถูกส่งไปย่อยที่ตับโดยตรงและเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์สะสมอย่างรวดเร็ว พูดง่าย ๆ คือ เครื่องดื่มชง (เช่น ชานมไข่มุก) 1 แก้ว สร้างภาระให้ตับมากกว่าที่คุณคิด

2. คาร์โบไฮเดรตขัดสีสูง ข้าวขาว, เส้นก๋วยเตี๋ยว/บะหมี่ขาว, ขนมปังขาว และเค้ก อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงและขาดใยอาหารเหล่านี้จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดและอินซูลินพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่ออินซูลินอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน จะไปกระตุ้นให้ตับสร้างไขมันใหม่ขึ้นมา (De novo lipogenesis) และเปลี่ยนพลังงานส่วนเกินไปเก็บไว้ในรูปแบบไขมันที่ตับ อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) สูงจึงมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับความรุนแรงของไขมันพอกตับ ในทางกลับกัน หากเปลี่ยนจากแป้งขัดสีมาเป็นธัญพืชเต็มเมล็ด (โฮลเกรน) ปริมาณไขมันในตับก็มีโอกาสลดลงได้

3. ไขมันอิ่มตัวสูง เมื่อเทียบกับไขมันไม่อิ่มตัวแล้ว ไขมันอิ่มตัวจะทำให้ตับสะสมไตรกลีเซอไรด์ได้ง่ายกว่า โดยผลการทดลองทางคลินิกพบว่า การกินอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงในระยะสั้น สามารถทำให้ไขมันในตับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตรงกันข้าม หากเลือกกินไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน ปริมาณไขมันในตับจะต่ำกว่า

4. พฤติกรรมการกินอาหารที่ใยอาหารต่ำ แต่แคลอรีสูง มักพบได้บ่อยในอาหารฟาสต์ฟู้ดหรืออาหารสไตล์ตะวันตกทั่วไป เช่น ของทอดอมน้ำมันคู่กับเครื่องดื่มใส่น้ำตาลและขนมปังขัดสี การจับคู่แบบนี้ให้พลังงานที่สูงน่าตกใจ แต่กลับขาดผักและธัญพืช ซึ่งจะยิ่งเข้าไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรังและการสะสมของไขมันในตับ

5. แอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์ (การดื่มสุรา) เป็นตัวเร่งให้เกิดไขมันพอกตับโดยตรง สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันพอกตับอยู่แล้ว การดื่มแอลกอฮอล์แทบไม่มี "ปริมาณที่ปลอดภัย" เลย แม้จะดื่มเพียงเล็กน้อยก็อาจเร่งให้เกิดพังผืดในตับได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีภาวะตับแข็ง/พังผืดในตับอยู่แล้ว แนะนำว่าควรเลิกดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด

กินมังสวิรัติ/กินเจ ทำไมยังเป็นไขมันพอกตับ?

แพทย์หญิงชิวระบุว่า หากกินมังสวิรัติโดยขาดการวางแผนโภชนาการที่เหมาะสม ทำให้ได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ ก็มักจะหันไปพึ่งแป้งและคาร์โบไฮเดรตขัดสีเพื่อให้รู้สึกอิ่มท้อง รูปแบบการกินเช่นนี้จะทำให้น้ำตาลและแป้งขัดสีสูงเกินไป ขณะที่โปรตีนคุณภาพดีกลับต่ำ พูดอีกอย่างคือ ถ้ากินมังสวิรัติบนพื้นฐานของ "แป้งขัดสีสูง" โดยขาดการจับคู่ที่สมดุลของถั่ว, ธัญพืช, ถั่วเปลือกแข็ง และผักผลไม้ ตับก็ยังคงกลายเป็นตับที่ "มันเยิ้ม" ได้โดยไม่รู้ตัว

 เคล็ดลับการปกป้องตับ: วิธีแก้ไขคือการพลิกกลับพฤติกรรมที่เป็นกับดักข้างต้น โดยแพทย์แนะนำให้ ลดการดื่มเครื่องดื่มใส่น้ำตาล, หันมาทานธัญพืชขัดสีน้อย, ถั่วต่าง ๆ, ผักผลไม้ และถั่วเปลือกแข็ง ซึ่งวัตถุดิบที่อุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว (เช่น ถั่วเปลือกแข็ง, อะโวคาโด) จะมีส่วนช่วยตับได้ นอกจากนี้ การดื่มกาแฟดำในปริมาณที่เหมาะสมต่อวัน, งดเหล้า, ออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ และควบคุมน้ำหนัก ก็เป็นวิธีที่ช่วยฟื้นฟูตับได้เช่นกัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล